Social Login

Sign in with a social network:

Powered by OneAll Social Login

Login



Find us on Facebook

New Registration

In order to register on this site, you must first submit the passphrase below.

name the province where clinic located

Login



mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday130
mod_vvisit_counterYesterday228
mod_vvisit_counterThis week358
mod_vvisit_counterLast week1853
mod_vvisit_counterThis month6968
mod_vvisit_counterLast month8417
mod_vvisit_counterAll days186141

We have: 3 guests, 1 bots online
Your IP: 38.107.179.206
 , 
Today: พ.ค. 21, 2012

Theerayut RSS

RSS news RSS news

Podcast

Join our Podcast
Podcast Feed
เครื่องสำอางเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนัง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 05 ธันวาคม 2009 เวลา 13:39 น.

ชั้นผิวหนังขี้ไคลซึ่งเป็นแผ่นใสคลุมผิวจะช่วยลดการสูญเสียน้ำและน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวหนังซึ่งเคลือบผิว จะมีสารประกอบหลายชนิดช่วยเก็บความชุ่มชื้นของผิวไว้ แต่ในบางคนหนังชั้นขี้ไคลผิดปกติทำให้มีการระเหยน้ำจากผิวหนังมากกว่าปกติ ผิวจึงแห้ง เช่น โรคหนังแห้งจากพันธุกรรม (congenital ichthyosis) หรือบางครั้งการชำระล้างซึ่งมากกว่าความจำเป็นจนน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวหมดเกลี้ยง และสารชำระยังระคายต่อเซลล์หนังชั้นขี้ไคล ทำให้คุณภาพผิวนี้เสียไป ผิวก็จะแห้ง และในภาวะอากาศมีความชื้นต่ำ เช่น ฤดูหนาว น้ำจะระเหยจากผิวหนังเพิ่มขึ้นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน

 

ดังนั้นอุตสาหกรรมของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นจึงเติบโตมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความตื่นตัวตามกระแสสังคมซึ่งนิยมดูแลรักษาผิวให้สะอาดมากเกินควร และการทำงานในห้องปรับอากาศซึ่งมีความชื้นต่ำจะช่วยเร่งให้ผิวหนังแห้งมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น (moistrizer) ซึ่งอาจมีชื่อเรียกหลายแบบ ลักษณะของผลิตภัณฑ์อาจเป็นครีม โลชันขุ่น โลชันใส เจล สเปรย์ และการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์มักให้ต้องใจผู้ใช้ เช่น night cream, replenishing cream, skin protectant, repair serum ฯลฯ แต่หลักของเครื่องสำอางกลุ่มนี้ใช้เพื่อให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นโดย

1. สารช่วยเพิ่มน้ำในชั้นผิวหนัง (hydrophilic matrix moisturizers)
โดยผสมสารซึ่งอุ้มน้ำในผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาผิวแห้ง เช่น colloidal oatmeal และในปัจจุบันสารที่นิยมใช้คือ hyaluronic acid (HA) ซึ่งเป็น glycosaminoglycans ในธรรมชาติสารนี้พบสอดแทรกในชั้นหนังแท้ โดยสาร HA จะอุ้มน้ำได้ 1000 เท่า จึงทำให้ผิวหนังวัยรุ่นเต่งตึง แต่เมื่อวัยสูงขึ้นสาร HA ในชั้นหนังแท้จะลดลงทั้งคุณภาพและปริมาณผิวหนังจึงเหี่ยวย่น ในครีมหรือโลชันผิวแห้งจึงนิยมผสมสาร HA เพื่อช่วยอุ้มน้ำในผิวหนังชั้นขี้ไคล

2. สารเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากผิว (occlusive moisturizers)
ผลิตภัณฑ์ผิวแห้งจะผสมน้ำมันหลายชนิด เมื่อทาน้ำมันเคลือบผิวการระเหยของน้ำจากชั้นผิวหนังจะลดลง น้ำมันที่ใช้มีหลายกลุ่ม คือ

1.  Hydrocarbon oils and waxes: petrolatum, mineral oil, paraffin, and squalene
2. Silicone oils
3. Vegetable and animal fats
4. Fatty acids: lanolin acid, stearicacid, linoleic acid, linolenic acid, and arachidonic acid
5. Fatty alcohol: lanolin alcohol and cetyl alcohol
6. Polyhydric alcohols: polyethelene glycol
7. Wax esters: lanolin, beeswax, and stearyl stearate
8. Vegetable waxes: carnauba and candelilla
9. Phospholipids: lecithin
10. Sphingolipids: ceramides
11. Sterols: cholesterol and cholesrol sulfate 

2. สารเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากผิว (occlusive moisturizers)
ผลิตภัณฑ์ผิวแห้งจะผสมน้ำมันหลายชนิด เมื่อทาน้ำมันเคลือบผิวการระเหยของน้ำจากชั้นผิวหนังจะลดลง น้ำมันที่ใช้มีหลายกลุ่ม คือ

1.  Hydrocarbon oils and waxes: petrolatum, mineral oil, paraffin, and squalene
2. Silicone oils
3. Vegetable and animal fats
4. Fatty acids: lanolin acid, stearicacid, linoleic acid, linolenic acid, and arachidonic acid
5. Fatty alcohol: lanolin alcohol and cetyl alcohol
6. Polyhydric alcohols: polyethelene glycol
7. Wax esters: lanolin, beeswax, and stearyl stearate
8. Vegetable waxes: carnauba and candelilla
9. Phospholipids: lecithin
10. Sphingolipids: ceramides
11. Sterols: cholesterol and cholesrol sulfate

น้ำมันกลุ่ม hydrocarbon น้ำมันพืช น้ำมันจากสัตว์ ลาโนลิน polyethelene glycol หรือไขผึ้ง ฯลฯ เมื่อนำน้ำมันเหล่านี้ผสมในครีมจะต้องใช้ในปริมาณพอเหมาะเพื่อไม่ให้เหนอะหนะ ไม่น่าใช้ ส่วนไขมันกลุ่ม phospholipid และ sphingolipid จะมีคุณสมบัติคล้ายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว และมีการกล่าวอ้างว่าน้ำมันกลุ่มนี้อาจช่วยซ่อมแซมผิวหนังได้ด้วย ส่วนสารซึ่งน่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่งคือ สารซิลิโคน เช่น cyclomethicone และ dimethicone สารกลุ่มนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยหล่อลื่นผิวหนังได้ดี โดยไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ก่อให้เกิดสิว และไม่ทำให้เกิดการแพ้ ซึ่งในปัจจุบันนิยมใช้ซิลิโคนผสมในผลิตภัณฑ์หลายชนิดสารซึ่งช่วยป้องกันการระเหยของน้ำจากผิว มีข้อดี คือ ทำให้ผิวหนังลื่นชุ่มชื้น และนิ่มนวล แต่ข้อเสีย คือ ไขมันบางตัวอาจอุดตันรูขุมขน ก่อให้เกิดสิว และถ้าผสมในปริมาณสูงจะเหนียวข้นไม่น่าใช้

3. สารซึ่งดูดความชื้นจากบรรยากาศ (humectant moisturizers)
เดิมสารนี้ใช้ผสมในครีมเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำจากเนื้อครีม เมื่อนำครีมชนิดนี้ทาที่ผิว สารดูดความชื้นก็จะช่วยดูดความชื้นจากอากาศเข้าในผิวหนังชั้นขี้ไคลด้วย พบว่าถ้าความชื้นในอากาศสูงกว่า 70 % สารนี้ดูดน้ำจากบรรยากาศได้ แต่ถ้าความชื้นในอากาศต่ำ สารจะกลับดึงน้ำให้ระเหยออกจากผิวหนังสู่บรรยากาศทำให้ผิวแห้งมากขึ้น จึงควรผสมในความเข้มข้นที่พอเหมาะ สารกลุ่มนี้คือ กลีเซอรีน (glycerin), น้ำผึ้ง, กรดแลคติค (lactic acid), โซเดียมแลคเตท (soduim lactate), propylene glycol, sorbitol, pyrolidone carboxylic acid, gelatin, วิตามิน, โปรตีนบางชนิด คอลลาเจนและอีลาสติน ส่วนสารยูเรียและสารแอตแลนโตอิน (allantoin) ซึ่งแพทย์ผิวหนังนิยมใช้ก็สามารถดูดน้ำได้เช่นกัน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนัง และสารยูเรียยังละลายขุย และช่วยให้การดูดซึมของยาทาอื่นๆ เพิ่มขึ้น
 
การใช้ครีมหรือโลชันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนังควรใช้กับผื่นผิวหนังแห้งซึ่งไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นเมื่อพบปัญหาผิวแห้งจะต้องใคร่ครวญหาสาเหตุว่าเกิดจากการทำความสะอาดผิดวิธีหรือไม่ เนื่องจากในแต่ละบุคคลและในบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน คราบสกปรกบนผิวหนังจะต่างกัน จึงควรชำระล้างแต่พอควร เพื่อลดการสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว เพราะผิวหนังของแต่ละบุคคลสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวให้เหมาะเฉพาะแตกต่างกัน ส่วนครีมหรือโลชันที่ใช้ทาทดแทนเป็นสารสังเคราะห์จะมีคุณสมบัติด้อยกว่าน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ซึ่งสร้างโดยธรรมชาติมาก และในครีมหรือโลชันยังมีส่วนประกอบอื่น เช่น สี กลิ่น สารกันบูด สารกันหืน ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดการแพ้ได้ และน้ำมันหรือไขมันในครีม และโลชันซึ่งใช้ทดแทนไขมันของผิวยังก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 09 ธันวาคม 2009 เวลา 13:21 น.