Social Login

Sign in with a social network:

Powered by OneAll Social Login

Login



Find us on Facebook

New Registration

In order to register on this site, you must first submit the passphrase below.

name the province where clinic located

Login



กระทู้ล่าสุด

More...
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday303
mod_vvisit_counterYesterday292
mod_vvisit_counterThis week2543
mod_vvisit_counterLast week2613
mod_vvisit_counterThis month9098
mod_vvisit_counterLast month13668
mod_vvisit_counterAll days1075586

We have: 5 guests, 3 bots online
Your IP: 54.92.239.26
 , 
Today: ต.ค. 25, 2014

Theerayut RSS

RSS news RSS news

Podcast

Join our Podcast
Podcast Feed
โรคผื่นกุหลาบ (Pityriasis rosea) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2010 เวลา 10:45 น.

     ช่วงนี้สังเกตว่า มีคนไข้มาด้วยผื่น เป็นจุดๆ หรือปื้นเล็ก ขนาดประมาณ 1-2 ซม.กระจายตัวในบริเวณร่มผ้า ในตำแหน่งเหมือนคนใส้เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น คือต่ำกว่า เข่า หรือศอก พบผื่นได้น้อย ผื่นจะกระจุกตัวอยู่บริเวณซอกคอ รอบรักแร้ และขาหนีบมากหน่อย ลักษณะผื่นเป็นรูปรี วางตัวตามแนวย่นของผิวหนัง ถ้าผื่นมีจำนวนมากพอ สังเกตที่แผ่นหลังจะเรียงตัวคล้ายต้นสน หรือที่ฝรั่งเรียก christmas tree pattern ถ้าดูในรายละเอียดของผื่น บางครั้งจะพบว่า จะมีผื่นอันแรกขึ้นมาก่อน มีลักษณะใหญ่กว่าอันอื่นๆ คือประมาณ 3-5 ซม. เรียกว่า ผื่นแม่ หรือ Herald patch แล้วหลังจากนั้น จึงมีผื่นเล็กๆ หรือผื่นลูกตามมา เมื่อผ่านไประยะหนึ่งผื่นจะมีสะเก็ด ซึ่งมีลักษณะที่อยู่”ใน”ผื่น หันขอบเข้าด้านใน ด้วย

โรคที่ว่านี้คือ โรคผื่นกุหลาบ (Pityriasis rosea) เป็นผื่นผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็มีการสันนิษฐานว่า อาจจะเกี่ยวกับไวรัสบางชนิดหรือไม่ เพราะมักพบว่า เป็นโรคนี้กันในช่วงหน้าฝน หรือหน้าฝนต่อหน้าหนาว ซึ่งมักเป็นช่วงที่พบการระบาดของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสได้บ่อย ประกอบกับ คนไข้บางคนก็ให้ประวัติว่า มีอาการนำ เช่นไข้รุมๆ ครั่นเนื้อตัว นำมาก่อนด้วย อีกทั้งยังมีการพบอุบัติการของการตรวจพบ human herpes virus type 6, 7 ในเลือดของผู้ป่วยได้บ่อยกว่าทั่วไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังถือว่า เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ

ส่วนใหญ่มักพบในช่วงวัยหนุ่มสาว เป็นโรคที่หายได้เอง ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้อีกประมาณ 10% ที่สำคัญคือระยะเวลาของโรคอาจจะกินเวลานานถึง 2-3 เดือน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ การรักษาจะช่วยลดจำนวนผื่นลง แต่ระยะเวลาที่เป็นอาจลดลงไม่มาก อย่างน้อยๆ มักเป็นอยู่ 2-3 สัปดาห์ อาการคัน ก็อาจะมีได้เล็กน้อยจนถึงมาก



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 25 สิงหาคม 2010 เวลา 16:10 น.