การลอกหน้าด้วยสารเคมี (Chemical Peeling)

   การลอกหน้าด้วยสารเคมีหรือ Chemical Peeling นั้น รู้จักกันในชื่อที่ชาวบ้านเรียกว่า การทำ Baby face ซึ่ง ในเวชปฏิบัติผิวหนังมีการลอกหน้าด้วยสารเคมีกันมานานแล้ว ก่อนสมัยที่เลเซอร์ผิวหนังจะเป็นที่นิยมเสียอีก โดยสมัยก่อนนั้น จะมีการเตรียมสารเคมีจำพวก Phenol ซึ่งมีพิษมากต่อระบบหัวใจ และทางเดินหายใจ ในชื่อที่เรียกว่า Baker?s solution หรือ Jessner?s solution การลอกหน้าด้วยสารเคมีดังกล่าว เป็นการลอกลึกลงไปตลอดชั้นหนังกำพร้า จนถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน ซึ่งปัจจุบันเทียบได้กับการกรอเอาผิวหนังออกไปด้วย เลเซอร์ (Ablative resurfacing) ซึ่งในการรักษาดังกล่าวสามารถแบ่งระดับการลอก เป็นชั้นตื้น ชั้นกลาง และลอกลึก ในการลอกลึกนั้น จะต้องนอนโรงพยาบาล ขณะทำต้องทำการนำสลบเพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกตัว ต้องเฝ้าระวังการหายใจ และการเต้นของหัวใจ หลังทำจะต้องปิดแผลซึ่งถ้าไม่มีปัญหาแทรกซ้อนแล้ว แผลจะเริ่มดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์

แต่ผลที่ได้นั้น สามารถช่วยลดริ้วรอย รอยแผลเป็นจากสิว คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหนัง (rejuvenation) ปัจจุบัน ไม่นิยมทำกันแล้วเนื่องจากผลข้างเคียง และอันตรายมีมาก อีกทั้งมีการรักษาอื่นที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าแต่ให้ผลการรักษาใกล้เคียงกัน

          การลอกหน้าด้วยสารเคมี ในปัจจุบัน จะเป็นการใช้ Glycolic acid ในความเข้มข้น 30-70%, Trichloroacetic acid 10-30% หรือ Salicylic acid 30-50% เพื่อทำการลอกในระดับตื้น หรืออย่างมากที่สุดคือระดับกลาง (medium depth) เท่านั้น ซึ่งการที่จะลอกลึกตื้นเพียงใดนั้น ขึ้นกับสารเคมี และความเข้มข้นที่ใช้ ตลอดจนระยะเวลาสัมผัส เทคนิกในการทำ การใช้ยาบางชนิดร่วมไปด้วยก็มีผลต่อการลอกด้วยเช่นกัน ในการลอกระดับตื้นๆ นั้น หลังทำอาจพบเพียงผิวหนังเป็นขุยๆ เท่านั้น แต่ในระดับที่ลึกขึ้น จะพบอาการอักเสบไหม้ดำของผิวหนังชั้นนอกซึ่งจะตกสะเก็ดหลุดออกไปเอง ภายใน 7-10 วัน แม้ว่าการลอกหน้าด้วยสารเคมีที่ทำกันในปัจจุบัน จะทำกันในระดับที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นเดียวกัน เป็นต้นว่า ไม่ควรกระตุ้นเซลล์สร้างสีด้วยแสงแดด (preactivate หรือ tanning) มาก่อนที่จะทำ ในรายที่เป็นเริมมาก่อน หรือเป็นแผลเป็นง่ายควรต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน ก่อนทำจะต้องทำความสะอาดผิวให้แห้ง และหมดมันเสียก่อน หลังทำก็จะต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด ตลอดจนทายากันแดด และครีมทาผิวแห้ง (Moisturizing cream) อีกทั้งระวังไม่ให้สะเก็ดหลุดเร็วเกินไป บางรายจะมีอาการดำคล้ำขึ้นหลังทำ ซึ่งเป็นรอยดำตามหลังการอักเสบ และอาจจะอยู่นานเป็นเดือนซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ แม้ว่า การลอกหน้าด้วยสารเคมีในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยกว่าเดิมมาก แต่ผลการรักษาในแต่ละคน หรือแม้แต่คนเดียวกัน ในแต่ละครั้งยังอาจจะต่างกันได้ การลอกหน้าด้วยสารเคมีจึงจำเป็นต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น และแพทย์จะต้องดู ตลอดจนสอบถามอาการจากคนไข้เพื่อให้แน่ใจว่าการลอกอยู่ในความลึกเพียงระดับที่ต้องการ ซึ่งในกรณีที่พบว่า อาจจะเกิดผลไม่พึงประสงค์จะได้ใช้สารเคมีที่ใช้แก้ฤทธิ์ (Neutralizing solution) แก้ไขได้ทันท่วงที


          สิ่งที่คาดว่าจะดีขึ้นได้จากการลอกหน้าด้วยสารเคมี

1 ลดการอุดตันที่รูขุมขน เพื่อช่วยในการรักษาสิว
2 แก้ไขปัญหาเรื่องสีผิว (Dyschromia) เช่นกรณีที่ เป็นกระ, ฝ้า และรอยดำที่อยู่ตื้นๆ ร่วมไปกับการรักษาด้วยยา
3 ช่วยให้รอยแผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น (การลอกที่ลึกพอที่จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้น จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเคมีบางอย่างที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้
4 ช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ ของผิวหนัง
5 ช่วยรักษา เนื้องอกบางอย่างของผิวหนัง เช่น กระเนื้อ , เนื้องอกของผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดที่เรียกว่า Actinic keratosis


Copyright © 2014. All Rights Reserved.